ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

Posted: มิถุนายน 6, 2010 in Uncategorized

ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา มีดังนี้ ( ให้นักเรียนคลิกเพื่อศึกษาความรู้ ตามปัจจัยต่างๆ ข้างล่าง) แล้วเลือกตอบคำถามข้างล่าง 1 ข้อเท่านั้น ถ้านักเรียนคนใดตอบมากกว่า 1 ข้อ จะให้คะแนนเฉพาะคำตอบแรกเท่านั้น กรุณาตอบในช่อง ให้ความเห็น นะครับ

คำถามที่ 1 มีดังนี้   ” สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ เมื่อเหล็กสัมผัสกับน้ำและความชื้น จะค่อย ๆ สึกกร่อน กลายเป็นเหล็กออกไซด์ หรือที่เรารู้จักกันว่า สนิมเหล็ก (Fe2O3.H2O ) ให้นักเรียนนำความรู้เรื่องปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี มาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้เหล็กเกิดสนิมช้าที่สุด” ให้นักเรียนเขียนคำตอบในช่องให้ความเห็น พร้อมบอกข้อที่ตอบ แจ้งชื่อชั้นเลขที่เพื่อรับคะแนนโบนัสพิเศษครับ คนที่ตอบถูก 10 คนแรกจะได้คะแนนโบนัส

 คำถามที่ 2 พิจารณาคลิปวีดีโอข้างล่าง แล้วให้นักเรียนให้เหตุผลอธิบายผลการทดลองว่า “เหตุใดลูกโป่งสีชมพูจึงมีขนาดใหญ่กว่าสีแดง โดยนำความรู้เรื่องปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยามาประกอบคำอธิบาย”  ให้นักเรียนเขียนคำตอบในช่องให้ความเห็น พร้อมบอกข้อที่ตอบ แจ้งชื่อชั้นเลขที่เพื่อรับคะแนนโบนัสพิเศษครับ คนที่ตอบถูก 10 คนแรกจะได้คะแนนโบนัส

ความรู้เพิ่มเติมสำหรับหาคำตอบครับ

ความเห็น
  1. นาย ชาญศิลป์ ชิณจักร์ ม.5/3 เลขที่ 7 พูดว่า:

    โลหะเกิดการผุกร่อนจากการเกิดปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี โดยโลหะจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นเช่นเดียวกับแอโนดในเซลล์กัลวานิกหรือเซลล์อิเล็กโทรไลต์ ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้เกิดการผุกร่อนจึงต้องให้โลหะนั้นมีสภาวะเป็นแคโทดหรือคล้ายกับแคโทด โดยใช้โลหะที่เสียอิเล็กตรอนได้ง่ายกว่าเหล็ก (มีค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์รีดักชันน้อยกว่าเหล็ก) ไปอยู่กับเหล็กเช่น การเชื่อมต่อแมกนีเซียมตามท่อ หรือตามโครงเรือ จะทำให้เหล็กผุกร่อนช้าลง เนื่องจากแมกนีเซียมเสียอิเล็กตรอนง่ายกว่าเหล็ก จะเสียอิเล็กตรอนแทน เปรียบเสมือนกับให้แมกนีเซียมเป็นแอโนด และให้เหล็กเป็นแคโทด

    ไม่รู้ว่าตอบในเวปไหนผม เลยตอบ ที้ง 2 เวป ครับ

    • นาย ชาญศิลป์ ชิณจักร์ พูดว่า:

      อันแรกไม่เอาแล้วครับ 555+

      ข้อ 2

      โดยเปรียบเทียบกับ ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี คือ พื้นที่ผิว

      โดย ในบีกเกอร์แต่ละบีกเกอร์จะมีสารแต่ล่ะสารอยู่ คือ ไฮโดรเจน และ ไฮโดรคลอริก

      โดยในบีกเกอร์ที่มีลูกโป่งสีชมพูคลอบอยู่ จะมีแผ่นสังกะสีชิ้นใหญ่อยู่ โดยที่สารทำปฏิกิริยาได้ช้า แต่ในบีกเกอร์ที่มีลูกโป่งสีแดงคลอบอยู่จะมีแผ่นสังกะสีชิ้นเล็กจึงทำให้ปฏิกิริยาเกิดได้เร็วและแก็สที่ออกมาก็จะหมดเร็ว โดยที่บีกเกอร์ที่มีลูกโป่งสีชมพูคลอบอยู่เนื่องจากมีแผ่นสังกะสีทีมีขนาดใหญ่หรือมีปริมาณมาก จึงทำให้เกิดแก๊สออกมามากและแก๊สที่ออกมานั้นหมดช้ากว่า สังกะสีที่มีปริมาตรน้อย จึงทำให้ลูกโป่งสีชมพูมีขนาดใหญกว่าลูกโป่งสีแดง

      นายชาญศิลป์ ชิณจักร์ ม.5/3 เลขที่ 7

  2. นาย ชาญศิลป์ ชิณจักร์ ม.5/3 เลขที่ 7 พูดว่า:

    พุ่งนี้สอบ กำๆๆ

  3. ปัจจัยที่มีผลต่อปฏิกิริยาเคมีคือ ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

  4. คำถามที่ 1 ที่ว่าทำยังไงให้เหล้กขึ้นสนิมช้าที่สุด

    ตอบคือ ไม่ให้อยู่ใน ที่ที่มีความชิ้น หรือ ไม่ให้ถูกน้ำ

    เช็ดเหล็กนั้นเปนประจำ

    คำถามที่ 2 ทำไมลุกโป่งลูกสีชมพูถึงมีขนาดใหย่กว่า

    ตอบคือ เนื่องด้วยลูกสีชมพูมีพื้นที่ผิวมากกว่า จึงทำให้สามารถอัดแก๊ส หรือ ความดัน
    ได้มากกว่า ลูกสีแดงง ซึ้งมีพื้นที่ผิวน้อยกว่า ถ้าอัดแก๊สมากกว่านี่ ลุกโป่งอาจจะแตกได้ เนื่องด้วย พื้นที่ผิวที่น้อยกว่า

    โดย นาย นพพล แก่นจันทร์ ม.5/2 เลขที่ 6

    • krooman พูดว่า:

      ให้ตอบคำถามเดียวครับ ตัดสินใจมาว่าจะตอบข้อไหน

    • นพพล แก่นจันทร์ พูดว่า:

      ข้อข้างบนไม่เอา

      ตอบใหม่ คำถามที่ 1

      การจะทำให้สนิมเกิดช้า เราต้องใช้วิธีลดพื้นที่ผิวของเหล็ก
      คือ ทำโดยวิธีการทาสีเคลือบเหล็กจะทำให้ลดพื้นที่ผิวของเหล็กลงไป
      และทำให้สนิมเกิดช้า

  5. พนัฐดา จิตมาตย์ เลขที่15 ม.5/2 พูดว่า:

    ตอบคำถามที่ 1
    ตอบ ต้องให้เหล็กอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมพอเหมาะและต้องไม่โดนน้ำหรือควาชื้นต่างๆจึงจะทำให้เหล็กไม่เป็นสนิม

    ตอบคำถามที่ 2
    ตอบ ลูกโป่งสีแดงมีพื้นที่ผิวที่หนาหรือพื้นทีผิวในการทำปฏิกิริยาน้อยหรือสารในขวดเป็นสารคนละสารกับในขวดลูกโป่งสีชมพูและสีชมพูนั้นมีพื้นที่ผิวสัมผัสมากและลูกโงบางค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  6. mallika พูดว่า:

    คำถามข้อที่1 ทำอย่างไรให้เหล็กเกิดสนิมช้าที่สุด

    ตอบ จากปฏิกิริยาข้างต้นทำให้เราทราบว่าน้ำและความชื้นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้เหล็กเกิดสนิมเร็วขึ้น ดังนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้เราก็ไม่ควรให้เหล็กอยู่ใกล้ความชื้นหรือโดนน้ำ ถ้าเป็นเครื่องมือเครื่องใช้
    ที่เป็นเหล็กก็ควรทำความสะอาดและเช็ดทุกครั้งหลังใช้งาน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือทาสีเหล็กนั้นเพื่อลดพื้นที่ผิวสัมผัสในการเกิดปฏิกิริยา

    ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    โดย นางสาว มัลลิกา ธงยศ ม.5/2 เลขที่ 32

  7. นิรนาม พูดว่า:

    จองงง

  8. Patcharee พูดว่า:

    ตอบคำถามข้อที่ 1
    ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี คือ น้ำและความชื้น เพราะ น้ำและความชื้นจะทำให้โลหะเกิดสนิมได้เร็ว

    ดังนั้น เราไม่ควรให้โลหะอยู่ใกล้น้ำ หรือ อยู่ในที่ที่มีความชื้น

    โดย นางสาวพัชรี รื่นนาค ม.5/2 เลขที่ 16

  9. tasspon พูดว่า:

    ข้อที่ 1 เมื่อเหล็กสัมผัสกับน้ำ ทำให้เกิดเหล็ก ออกไซต์ หรือ ที่เราเรียกกันว่าสนิม

    เพราะเมื่อเหล็กโดนความชื้นจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ น้ำกับเหล็ก

    เพราะน้ำนั้นเป็นตัวให้ความจึงทำให้เหล็กนั้นเกิดสนิม หรือเหล็กออกไซต์ นั่นเอง

    เราจึงไม่ควรนำสิ่งที่เป็ฯเหล็กหรือ วงล้อจักรยานที่จะทำให้เกิดสนิมง่าย

    เราจึงไม่ควรให้เหล็กกับน้ำอยู่ใกล้กัน

    ข้อที่ 2 อาจขึ้นอยู่กับ ปริมาณของ กรด Hcl จึงทำให้เกิดปฎิกิริยา กับลูกโป่งสีแดง เร็ว หรือมากกว่าลูกโป่งสีชมพู

    นาย ทัศน์พล แสงกระจ่าง ม. 5/4 เลขที่ 3 คนที่หลุ่อที่สุดในห้อง

  10. นิรนาม พูดว่า:

    ข้อที่ 1 การที่จะทำให้เหล็กเกิดสนิมช้าลงได้นั้นก็ต้องให้เหล็กอยู่ห่างจากการสัมผัสน้ำและความชื้นอยู่แล้วแต่ในบางทีที่เราจำเป็นที่ต้องหลีเลี่ยงไม่ได้เราก็ควรใช้วิธีอื่นเช่นการที่นำเอาน้ำมันเครื่องรถที่เราใช้แล้วมาทาลงในเหล็กเพราะน้ำมันเครื่องรถนั้นมันจะไม่ผสมกันกับน้ำได้เมื่อเราทาน้ำมันเครื่องลงไปในเหล็กแล้วน้ำมันเครื่องจะติดอยู่ในเหล็กอยู่ตลอดจะทำให้น้ำไม่สัมผัสกับผิวของเหล็กแต่จะโดนน้ำมันเครื่องก่อนนี่เป็นวิธีชาวบ้านที่เขาชอบใช้กันนะครับ(แถวบ้านผม)แต่ส่วนมากคงคิดว่าการทาน้ำมันเครื่องมันจะทำให้เวลาที่อยากนำไปใช้งานอย่างอื่นมันจะยากต่อการทำงานเพราะน้ำมันเครื่องนั้นมันจะดำและมันจะติดมือติดเสื้อผ้าเพราะฉนั้นมีอีกวิธีหนึ่งก็คือนำเหล็กมาเช็ดไห้แห้งให้ดีๆแล้วก็ไปซื้สีมาทาก็ได้นะครับถ้าใครไม่มีเงินก็คงได้แต่น้ำมันเครื่องนะครับดีที่สุด(ต้องทาให้ทั่วๆนะครับไม่งั้นก็เหมือนเดิม)
    นาย ณธพนธ์ นวนตา ม.5/4 เลขที่ 2 (ตอบยาวใหมครับ)

  11. นาย ศุภวิชญ์ ผาทอง พูดว่า:

    ข้อ 1

    ให้เหล็ก อยู่ใน อุณหภูมิ ที่ สูง โดยเครือบเหล็ก ใว้ เพื่อไม่ให้เกิดสนิม หรือ ทำให้เกิดการชนกันของโมเลกุลช้าลง

  12. PANNIPA TAMMAN พูดว่า:

    คำตอบ ข้อ 1

    หลีกเลี่ยงไม่ให้เหล็กสัมผัสกับน้ำและความชื้น

    ตรงกับปัจจัยเรื่อง พื้นที่ผิวสัมผัส ถ้าเราลดพื้นที่ผิวสัมผัส จะทำให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้ช้าลง

  13. praramate พูดว่า:

    พื้นที่ผิวของสารตี้งต้นมากมันจะทำให้การชนกันนะจะสูงทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็ว
    แต่ในทางกลับกันคือว่า
    แต่ถ้าพื้นที่ผิวของสารตั้งต้นน้อยอนุภาคของสารตี้งต้นชนกันด้วยความถี่ต่ำทำไห้อัตรการเกิดปฏิกิริยาช้าลง
    สรุปได้ว่า…
    ควรลดพื้นที่ผิวสัมผัส

    praramate initya m.5/4 no5

  14. นาย อนุรักษ์ ศรีเรือง พูดว่า:

    คำตอบข้อ1
    ควรใช้สารกรองสนิมเหล็กที่คิดค้นขึ้นนี้ ใช้เม็ดทรายหรือเมล็ดดินเผาเป็นตัวพยุงหรือตัวแกน และใช้ด่างทับทิมเคลือบให้ติดเม็ดทรายหรือเม็ดดินเผา จากนั้นจึงเผาด่างทับทิมให้สลายตัวเป็นแมงกานีสไดออกไซด์เคลือบติดเม็ดทราย วิธีจะทำให้เหล็กที่เป็นเกิดสนิมช้าลง

  15. praramate พูดว่า:

    ครูแมนชัย ครับ…คะแนน เรื่องนี้ดูจากไหนอ่ะคับ

  16. อำภาพรรณ ติ่งอ่วม พูดว่า:

    ตอบ…ข้อที่ 1 ธรรมชาติของสารตั้งต้น

  17. krooman พูดว่า:

    ปิดรับคำตอบแล้วนะครับ ใครอยากได้คะแนนไปตอบคลิปเรื่องภาวะสมดุลต่อเลยครับ

  18. นิรนาม พูดว่า:

    ถ้าเราต้องการเร่งปฏิกิริยาการเกิดสนิมวิธีไหนจะเร็วที่สุดครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s